นวดแผนไทย นวดแผนโบราณ นวดรักษาอาการ

สนใจเว็บไซต์ “นวดแผนไทย นวดแผนโบราณ นวดรักษา” นี้ ติดต่อ : purejit@gmail.com

 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/massagethailand00

ประโยชน์ของการนวดแผนโบราณ

 เด็กที่ได้รับการนวด เมื่อถูกสัมผัสอย่างอบอุ่นด้วยการนวด อวัยวะต่าง ๆ ได้มีการเคลื่อนไหว ระบบต่าง ๆ ภายในตัวเขาก็จะทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งระบบย่อยอาหารก็จะดีตามไปด้วย จึงเกิดความรู้สึกอยากอาหารเพิ่มขึ้น เพราะกระเพาะอาหาร ลำไส้และอวัยวะส่วนที่ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมมีการเคลื่อนไหวช่วยเรื่องการขับถ่าย ทำให้มีพัฒนาการที่ดี เพราะสุขภาพกายและใจดีขึ้น

    การนวด ผิวหนังจะถูกกระตุ้นให้ทำงาน ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันที่ผิวหนังทำงานผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวได้ดียิ่งขึ้น น้ำมันบางชนิดที่ใช้นวดบำรุงผิวพรรณได้ด้วย

    การนวดสร้างความผ่อนคลาย สมองก็รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สงบ บางคนสบายตัวสบายใจจนอยากนอนหลับ ในโรงพยาบาลบางแห่งใช้การนวดเพื่อบำบัดความเครียดและความรู้สึกซึมเศร้าให้คนไข้ที่นอนป่วยอยู่บนเตียงทั้งวันทั้งคืน

    การนวดในลักษณะของการบำบัดรักษาโรค เช่น ปวดเรื้อรังตามตัว ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง  สมาธิสั้น ไซนัสอักเสบและอีกหลาย ๆ โรคทีเดยว ซึ่งผู้นวดต้องมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

    การนวดเหมาะกับคุณแม่หลังคลอด การนวดเพื่อผ่อนคลายจะช่วยให้สบายตัวคลายปวดเมื่อยและอารมณ์ดีขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อหลัง ท้อง ต้นขาที่เกร็งตัว ได้มีโอกาสคลายตัว และระบบไหลเวียนทั่วร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ทั้งนำของเสียตกค้างออกจากร่างกาย และนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ทั่วถึง การนวดจะช่วยลดอาการของเส้นเลือดขอด ริดสีดวงทวาร  อาการบวมตามตัวและอาการปวดหลัง หรือปวดเอว

 ซึ่งอาจจะสรุป “ประโยชน์ของการนวดแผนโบราณ” ได้ดังนี้

  • กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด ทำให้ยืดคลาย ลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวของร่างกายสะดวกขึ้น

  • การไหลเวียนของโลหิต ทำให้หลอดเลือดยืดขยาย การไหลเวียนของเลือดแรงขึ้น ทำให้ร่างกาย สดชื่น เสริมสร้างการทำงานของอวัยวะ

  • ระบบประสาท ทำให้เกิดการกระตุ้นของระบบประสาท ความรู้สึกตอบสนองต่อธรรมชาติสิ่งแวดล้อมดีขึ้น มีความตื่นตัว ในการทำงาน

  • ข้อต่อกระดูก ทำให้การเคลื่อนไหวคล่องขึ้น ยืดอายุการใช้งาน

  • อารมณ์และจิตใจ ทำให้ผ่อนคลาย รู้สึกอบอุ่น

ลักษณะการนวด

การกด
เป็นการใช้น้ำหนักกดบนเส้นพลังงานบนกล้ามเนื้อโดยใช้นิ้วหัวแม่มือ นิ้วโป้งกดนวด เป็นวงกลม , ฝ่ามือกดเป็นวงกลม และกดเส้นพลังงานและ ใช้น้ำหนักตัวกด นิ้วและหัวแม่มือ หัวเข่า ฝ่าเท้า ทำการยืดเส้น ทำให้หลอดเลือดขยาย การไหลเวียนของเลือด ระบบประสาร การทำงานของอวัยวะต่างๆดีขึ้น
การบีบ
เป็นการใช้น้ำหนัก บีบกล้ามเนื้อให้เต็มฝ่ามือเข้าหากันโดยการออกแรง สามารถ ใช้นิ้วหัวแม่มือช่วยหรือการประสานมือเพือเพ่ิมการออกแรง เป็นการเพิ่มการหมุนเวียนของเลือด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
การทุบ/ตบ/สับ
ใช้มือและกำปั้นทุบกล้ามเนื้อเบาๆเป็นการผ่อนคลายการตึงของกล้ามเนื้อและให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้นและเป็นการช่วยขจัดของเสียออกจาก ร่างกาย
การคลึง
เป็นการใช้น้ำหนักกดคลึงบริเวณกล้ามเนื้อโดยการหมุนแขนให้กล้ามเนื้้อเคลื่่อนหรือคลึงเป็นวงกลม ใช้แรงมากกว่าการใช้ข้อศอก
การถู
โดยใช้น้ำหนักนวดถูไปมา หรือวนไปมาเป็นวงกลม บนกล้ามเนื้อเพื่อช่วยผ่อนคลายยอาการปวดเมื่อยเฉพาะจุด หรือตามข้อต่อต่างๆ

การหมุน
โดยการออกแรงหมุนข้อต่อกระดูกวนเป็นวงกลม ช่วยให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อทำงานดีขึ้น ผ่อนคลาย
การกลิ้ง
เป็นการใช้ข้อศอกและแขนท่อนล่าง กดแรงๆในกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ เช่นต้นขา

การสั่น/เขย่า
ใช้มือเขย่าขาหรือแขนของผู้ถูกนวด เพื่อช่วยทำให้การหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น ผ่อนคลายกล้ามเนื้อไปในตัว
การบิด
ลักษณะคล้ายการหมุน แต่เป็นการออกแรงบิดกล้ามเนื้อกับข้อต่อให้ ยืดขยายออกไปในแนวทแยง ทำให้กล้ามเนื้อยืด
๑๐การลั่นข้อต่อ
เป็นการออกแรงยืดข้อต่อให้เกิดเสียงดังลั่น ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อทำงานดีขึ้น
๑๑การยืดดัดตัว
โดยใช้ฝ่าเท้า เป็นการออกแรงยืดกล้ามเนื้อข้อต่อให้ยืดขยายออกไปทางยาว ช่วยให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นยืดคลายตัว
๑๒การหยุดการไหลเวียนของเลือด
ใช้ฝ่ามือกดที่จุดชีพจรที่โคนขาเพื่อหยุดการไหลเวียนของเลือดชั่วขณะกดไว้ประมาณครึ่่งถึง1นาทีแล้วค่อยๆปล่อยช้าเพื่อให้เลือด กลับหมุนเวียนดีขื้น

วิธีการนวดแผนไทย

จะเริ่มต้นที่การนวดฝ่าเท้าเป็นอันดับแรกและตามด้วยการนวดขา นวดแขน นวดมือ นวดคอและนวดใบหน้า และจบด้วยการนวดในท่านั่ง


เส้นบริเวณคอและหัวไหล่
เริ่มต้นที่ใต้ฐาน กะโหลกศีรษะหรือท้ายทอย ห่างจากเส้นเอ็นที่คอแต่ละข้างประมาณ 1 ข้อนิ้ว และไล่ลงมาตามกระดูกสันหลัง โค้งหากระดูกสะบัก
เริ่มจากกระดูกสันหลังทั้งสองข้างใต้ฐานกะโหลกศีรษะ ไล่ลงมาจนถึงกระดูกสันหลังข้อที่ 7 ข้าง ๆ กระดูกสะบักด้านหลัง
เริ่มที่กระดูกข้อต่อระหว่างแขนกับหัวไหล่ ไล่ขึ้นไปตามทางลาดหัวไหล่จนจรดกระดูกสันหลัง
ประโยชน์ของการนวดในท่านั่ง นวดคอ ไหล่และหลัง
๑. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และลำคอ
๒. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณหลัง
๓. ช่วยทำให้กระดูกสันหลังมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
๔. ช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
๕. ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะเรื้อรัง
๖. ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และลำคอ
๗. ช่วยบรรเทาอาการตึงเครียดของประสาทบริเวณใบหน้า
๘. ช่วยแก้อาการไหล่ยึด

เทคนิควิธีการนวดดึงแขนไปด้านหลัง 

ผู้รับการนวดนั่งขัดสมาธิ ตัวตั้งตรง มือประสานกันไว้ที่หน้าตัก
ผู้นวดนั่งข้างหลังของผู้รับการนวด ขาขวาของผู้นวดตั้งขึ้นเพื่อพยุงลำตัวของผู้นวดเอาไว้ในขณะลงมือนวด
ให้ผู้รับการนวดยกมือซ้าย จับไหล่ซ้ายของตัวเอง บริเวณใต้ท้ายทอย
ในขณะเดียวกันผู้นวดจับข้อศอกซ้ายของผู้รับการนวดด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาจับมือซ้ายของผู้รับการนวดกดมือขวาลงไป พร้อมกับยกข้อศอกขึ้นมา ดึงไปข้างหลังโดยออกแรงพอสมควร ให้ดึงจนสุดจนดึงต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
ดึงค้างไว้สักครู่แล้วจึงปล่อย
ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับแขนข้างขวา

เทคนิควิธีการนวดกดหัวไหล่ 

ผู้รับการนวดนั่งขัดสมาธิ ตัวตั้งตรง มือประสานกันไว้ที่หน้าตัก
ผู้นวดยืนข้างหลังของผู้รับการนวด
ผู้นวดใช้ฝ่ามือทั้งสองวางลงบนไหล่ด้านข้างลำคอของผู้รับการนวด แล้วกดลงไปด้วยความแรงพอสมควร โดยทิ้งน้ำหนักตัวของผู้นวดลงไปที่สันข้อมือ
กดค้างไว้สักครู่แล้วจึงปล่อย ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

เทคนิควิธีการนวดยืดไหล่และลำคอ
ผู้รับการนวดนั่งขัดสมาธิ ตัวตั้งตรง มือประสานกันไว้ที่หน้าตัก
ผู้นวดยืนข้างหลังของผู้รับการนวด
ผู้นวดประสานฝ่ามือทั้งสองข้าง วางข้อศอกขวาไว้เหนือใบหูด้านซ้ายของผู้รับการนวด วางข้อศอกซ้ายไว้ที่หัวไหล่ด้านซ้ายของผู้รับการนวด
ออกแรงดันข้อศอกทั้งสองข้างพอสมควร จนศีรษะของผู้รับการนวดเอียงไปทางด้านขวา ในขณะที่ไหล่ของผู้รับการนวดยังอยู่ในตำแหน่งเดิม
กดค้างไว้สักครู่จึงปล่อย ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง แล้วจึงเปลี่ยนไปด้านขวาของผู้รับการนวด

เทคนิควิธีการนวดท่าผีเสื้อ
ผู้รับการนวดนั่งขัดสมาธิ ตัวตั้งตรง มือประสานกันไว้ที่หน้าตัก
ผู้นวดนั่งคุกเข่าด้านหลังของผู้รับการนวด
ผู้รับการนวดใช้มือทั้งสองข้างจับที่ท้ายทอย ยกข้อศอกขึ้น
ผู้นวดใช้ท่อนแขนทั้งสองข้างโอบดันแขนของผู้รับการนวดไปข้างหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทำค้างไว้สักครู่แล้วจึงปล่อย แล้วจึงทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

เทคนิควิธีการนวดศีรษะจรดเข่า 

ผู้รับการนวดนั่งเหยียดขาตรง ตั้งตัวตรงอย่าผ่อนคลาย
ผู้นวดนั่งคุกเข่าข้างหลังของผู้รับการนวด
ผู้นวดใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างวางลงบนแผ่นหลังของผู้รับการนวด ค่อย ๆ ดันหลังลงไปจนศีรษะจรดเข่า
ทำค้างไว้สักครู่แล้วจึงปล่อย แล้วจึงทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

เทคนิควิธีการนวดท่าผีเสื้อคว่ำหน้า 

ผู้รับการนวดนั่งขัดสมาธิ ตัวตั้งตรง มือประสานกันไว้ที่หน้าตัก
ผู้นวดนั่งคุกเข่าด้านหลังของผู้รับการนวด ยกขาขวาตั้งขึ้นเพื่อพยุงตัวของผู้นวดขณะทำการนวด
ผู้รับการนวดใช้มือทั้งสองข้างจับที่ท้ายทอย ยกข้อศอกขึ้น
ผู้นวดใช้ท่อนแขนทั้งสองข้างโอบประสานฝ่ามือไว้บนฝ่ามือของผู้รับการนวด
ดันท้ายทอยของผู้รับการนวดลงไปจนศีรษะจรดหน้าตักของผู้รับการนวด
ทำค้างไว้สักครู่แล้วจึงปล่อย แล้วจึงทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

เทคนิควิธีการนวดนวดไหล่ด้วยท่อนแขน
ผู้รับการนวดนั่งขัดสมาธิ ตัวตั้งตรง มือประสานกันไว้ที่หน้าตัก
ผู้นวดนั่งคุกเข่าด้านหลังของผู้รับการนวด ใช้ท่อนแขนวางลงบนไหล่ชิดลำคอของผู้รับการนวด
ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ท่อนแขนพอสมควร พร้อมกับหมุนท่อนแขนไล่ไปตามเนินไหล่ของผู้รับการนวด ทำซ้ำหลาย ๆ รอบ

เทคนิควิธีการนวดสับไหล่ด้วยสันมือ
ผู้รับการนวดนั่งขัดสมาธิ ตัวตั้งตรง มือประสานกันไว้ที่หน้าตัก
ผู้นวดนั่งคุกเข่าด้านหลังของผู้รับการนวด ประกบฝ่ามือทั้งสองข้างโดยให้นิ้วแยกออกจากกัน
ทุบลงไปที่ไหล่โดยใช้สันมือ ทุบไล่จนตลอดแนวทั้งไหล่ด้านซ้ายและด้านขวาของผู้รับการนวด ทำซ้ำหลาย ๆ รอบ
  

เทคนิควิธีการนวดดันหลังด้วยฝ่าเท้า
ผู้รับการนวดนั่งเหยียดขาตรง ตั้งตัวตรงอย่าผ่อนคลาย
ผู้นวดนั่งเหยียดขาตรงด้านหลังของผู้รับการนวด
ผู้รับการนวดกางแขนมาด้านหลัง ในขณะที่ผู้นวดจับข้อมือของผู้รับการนวดเอาไว้ทั้งสองข้าง
ผู้นวดใช้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างวางบนแผ่นหลังของผู้รับการนวด
จากนั้นออกแรงดันเท้าพร้อมกับดึงแขนของผู้รับการนวดเข้าหาผู้นวด
ทำค้างเอาไว้สักครู่แล้วจึงปล่อย ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

เทคนิควิธีการนวดกดคอด้วยนิ้วหัวแม่มือ
ผู้รับการนวดนั่งขัดสมาธิ ตัวตั้งตรง มือประสานกันไว้ที่หน้าตัก
ผู้นวดนั่งคุกเข่าด้านหลังของผู้รับการนวด
ใช้ฝ่ามือขวาของผู้นวดรองรับหน้าผากของผู้รับการนวดเอาไว้ในขณะที่นวด ใช้มือซ้ายวางทาบลงไปที่ฐานกระโหลกโดยรอบ
กดนวดไล่ขึ้นลงให้ทั่วลำคอ ทำซ้ำหลาย ๆ รอบ

วิธีคลายเส้น

การนวดเคลียร์เส้นหลังและต้นคอด้วยตนเอง

นวดแผนไทย นวดแผนโบราณ นวดรักษาอาการ
นวดแผนไทย นวดแผนโบราณ นวดรักษาอาการ


    การนวดเคลียร์เส้นบริเวณต้นคอนั้นจากการที่ผมได้มีโอกาสเรียนรู้จากคุณหมอหวน สังพรามหณ์ และจากการที่ทดลองและประยุกต์ใช้ด้วยตนเองนั้นสามารถทำได้ ๒ ท่าครับ คือท่านั่งและท่านอนตะแคง


๑. ท่านั่ง


ท่าแรกถ้าเกิดเรานั่งอยู่ ก็ให้ก้มหัวลงจนคางเกือบติดกับหน้าอก จากนั้นก็ใช้นิ้วกลาง นิ้วชี้ และนิ้วนางวางเป็นบริเวณที่ใกล้ ๆ กับก้านคอด้านหลังทั้งซ้ายและขวา จากนั้นก็ค่อย ๆ ใช้นิ้วทั้งสามกดลงไปเบา ๆ แล้วก็ค่อย ๆ ดึงหรืออาจจะเรียกว่า “รีด” ก็คือ กดลงไปแล้วก็ค่อย ๆ รีดจากข้างในออกไปข้างนอกครับ

รีดข้างซ้ายข้างขวาสลับกันไปสัก ๕-๑๐ ครั้ง จากนั้นเราลองสังเกตุว่า เวลาที่เรากดลงไปใกล้ ๆ บริเวณก้านคอนั้นเส้นข้างซ้ายหรือข้างขวา ข้างไหนดึงกว่ากัน หรืออาจจะสังเกตุความเจ็บก็ได้กว่าข้างไหนเมื่อมือเรากดลงไปโดนแล้วเจ็บกว่ากัน ถ้าข้างซ้ายเจ็บมากกว่าก็เคลียร์เส้นข้างนั้นให้มากหน่อยครับ
จากนั้นเราก็ค่อย ๆ นวดสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จากต้นคอให้ไปทั่วศรีษะเลย ข้างใดข้างหนึ่งก่อนก็ได้ หรือจะเน้นข้างที่ปวดมากกว่าก็ได้
การนวดศรีษะนี้ก็จะต้องรีดเหมือนกันครับ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดนั้นก็จะต้องรีดออกทั้งสี่ทิศทาง คือ บน ล่าง ซ้าย ขวา รีดให้ทั่ว ๆ หัว โดยอาจจะเริ่มรีดไปทางซ้ายก่อนจนทั่ว จากนั้นก็มารีดไปทางขวา แล้วก็ต่อด้วยรีดขึ้นบนจนทั่วศรีษะแล้วก็มารีดลงล่างจนทั่วศรีษะอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้นก็ค่อย ๆ มาคลึงที่ขมับเบา ๆ คลึงวนโดยเริ่มต้นจากขมับแล้วค่อย ๆ เรื่อยขึ้นไปจนกระทั่งถึงข้างบนใบหู
จากนั้นเราก็ใช้นิ้วกลางมากดบริเวณหว่างคิ้วไว้สักพักหนึ่ง แล้วก็ค่อย ๆ รีดออกไปจนกระทั่งถึงหางตา รีดออกจากระหว่างคิ้วถึงหางตาประมาณ ๓-๕ ครั้ง จากนั้นก็มาทำแบบเดียวกันที่ข้างล่างตา โดยเริ่มจากใต้เปลือกตาบริเวณที่ติดสันจมูก โดยกดและรีดออกไปบริเวณหางตา ๓-๕ ครั้งเช่นเดียวกัน
บรรเทาอาการมึนหัวจากน้ำในหูไม่เท่ากัน
และถ้าหากใครมีอาการมึนหัวทั้งสองข้างบ่อย ๆ หรือมีปัญหาอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน ก็ให้ใช้นิ้วกลางกดที่ใบหูให้สนิท (หรือใช้นิ้วที่มือแรงมากที่สุด) นิ้วใดก็ได้ แต่ที่สำคัญก็คือต้องกดใบหูปิดให้สนิท พยายามไม่ให้มีลมหรือเสียงอะไรเล็ดรอดเข้าไปได้ จากนั้นก็อ้าปากให้กว้างที่สุดแล้วค้างไว้อย่างนั้นประมาณ ๕ นาที เวลาอ้าปากก็ให้เงยหน้าขึ้นสักนิดหน่อยครับ จะได้กันน้ำลายไว้ไม่ให้ไหล
เมื่อครบห้านาทีแล้วก็ค่อย ๆ คลายนิ้วออกจากใบหูแล้วค่อย ๆ หุบปากลง
จากนั้นก็ใช้นิ้วมือดึงหูออก ดึงไล่ขึ้นไล่ลงให้ทั่วทั้งใบหูสักสองถึงสามรอบ อาการมึนหัวก็จะโล่งขึ้นมากครับ
ที่จริงการเคลียร์เส้นเพื่อให้คลายอาการมึนหัวนี้ จะต้องมีการกดจุดที่บ่าร่วมด้วยอีก ๙ จุด ซึ่งสามารถทำด้วยตนเองได้ แต่ก็ต้องใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นไม้กลม ๆ ช่วยด้วยอีกสักนิดหนึ่ง

ไม้ที่ใช้สำหรับกดจุดต้นคอด้วยตนเอง
และให้ดีถ้ามีการเคลียร์เส้นหลังด้วยก็จะยิ่งทำให้เส้นที่พันกัน ทับกัน หรือขี่กันอันเนื่องจากการนั่ง การเดิน โดยเฉพาะความเครียดนั้น ได้หลุด ๆ ออกจากกันไปบ้างก็จะยิ่งดีครับ การเคลียร์เส้นหลังนี้ทำเองก็ได้ครับ ไม่ต้องพึ่งหมอนวดเสมอไป โดยสามารถหามุมโต๊ะ เดินเข้าไปหรือหันหลังพิงแล้วก็ค่อย ๆ ใช้มุมโต๊ะนั้นเขี่ยเส้นบริเวณด้านข้างกระดูกสันหลังทั้งซ้ายและขวา โดยเขี่ยจากข้างในออกข้างนอกลำตัวเช่นเดียวกัน หรือการทำท่านี้ก็มีอุปกรณ์ช่วยเช่นเดียวกันครับ ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นบ้านที่มีลักษณะคล้าย ๆ เต้านมที่มีขายตามร้านขายของฝาก

นมไม้
เวลาใช้ก็ให้นำไปติดไว้วางติดไว้กับกำแพงให้ได้ระดับพอดีกับหลังออกเราในเวลายืน จากนั้นก็ค่อย ๆ ดันหลังให้แน่นกับปลายแหลมอุปกรณ์มากขึ้นแล้วค่อย ๆ แล้วก็โยกหลังออกไปทางซ้ายและทางขวาก็จะสามารถเคลียร์เส้นหลังที่วิ่งขึ้นไปถึงต้นคอให้เลือดและลมสามารถเดินได้อย่างสะดวก…

๒. ท่านอน


    ซึ่งท่านอนนวดต้นคอนี้ผมเพิ่งได้เทคนิคโดยบังเอิญมาจากอาการมึนหัวเมื่อวันก่อนนี้ (ซึ่งบันทึกไว้ที่ ปฐมพยาบาลเมื่อมีอาการ “ปวดหัวข้างเดียว”) ซึ่งการนอนนวดคอนี้จะทำได้โดยการนอนตะแคงข้างที่ไม่มีการปวดลงไปด้านล่าง และให้ใช้นิ้วทั้งสามนิ้วคือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง รีดเส้นบริเวณก้านคอจากในออกนอกเหมือนในท่านั่ง
ซึ่งท่านอนนี้ถ้าหากเราหนุนหมอนที่มีความสูงพอเหมาะ จะช่วยให้เส้นคอที่ตึงอยู่หย่อนลงมาจนทำให้เรานวดได้ง่ายขึ้นและทำให้อาการมึนหัวลดลงได้รวดเร็วมากขึ้นด้วย
ถ้าหากเรานวดโดยใช้การนอนตะแคง ให้เราพยายามใช้นิ้วกดเป็นในจุดที่เป็นร่องบุ๋มข้าง ๆ ก้านคอซึ่งสูงกว่าท้ายทอยเล็กน้อย ซึ่งหากถ้าเรากดตรงจุดจะสัมผัสได้ถึงอาการปวดบริเวณนั้นค่อนข้างมาก เมื่อเจอเส้นหรือจุดแล้วก็ขอให้แล้วค่อย ๆ คลึงและใช้นิ้วมือรีดเบา ๆ จากข้างในออกข้างนอกสัก 4-5 ครั้งจากนั้นจึงค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปถึงท้ายทอย
ทำเช่นนี้สักพักก็จะทำให้อาการมึนหัว ทุเลาลงไปได้ ซึ่งจะสามารถผ่อนคลายความดันโลหิตที่ถูกทับหรือถูกกดไว้ซึ่งทำให้ร่างกาย ต้องเพิ่มความดันโลหิตให้มากขึ้นเพื่อให้เลือดสามารถผ่านจุดนั้นได้
ถ้าหากเราไม่เคลียร์เส้นหรือจุดที่มีปัญหานั้นออก ความดันเลือดก็จะสูงขึ้น บางครั้งในบางคนก็อาจจะทำให้ความดันโลหิตสูงจนกระทั่งทำให้เส้นฝอยในสมองแตกได้ ซึ่งนั่นจะตามมาด้วยโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือกระทั่งถึงเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันการณ์
การปฐมพยาบาลตนเองหรือการรักษาอาการเจ็บป่วยของตนเอง ด้วยตนเองนั้น จะต้องหมั่นพึงสังเกตอาการของตนเอง “รู้จักวิจัยชีวิตของตนเอง” คือ ต้องอ่านตนเองตลอด ต้องพิจารณาตัวเองตลอดว่าหากเรามีพฤติกรรมแบบนี้ เช่น เกิดอาการเครียดแล้ว ร่างกายของเราจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
หากคุณหมอให้กินยาแล้ว ยาตัวไหนดีขึ้น ยาตัวไหนทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปอย่างไร และถ้าหากใช้การนวดคลายเส้นด้วยตนเองแล้วมีอาการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หมั่นสังเกตุตัวเอง เพื่อที่จะรู้จักช่วยเหลือตนเองในเวลาที่คับขัน ซึ่งจะทำให้ชาตินี้ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นคุ้มค่าเพราะจะได้อยู่และมีเวลาที่จะสร้าง “ความดี…”

 

รวบรวมคำค้นที่ผู้สนใจเกี่ยวกับการนวดรักษา

นวดรักษาอาการปวดหลัง การนวดรักษาโรคแบบราชสำนัก ร้านนวดแก้อาการ นวดรักษาโรค ที่ไหนดี
วิธีแก้ปวดสะบักไหล่ การนวดจับเส้น นวดสะบักหลัง นวดรักษาอาการปวดหลัง นวดรักษาโรค ร้านนวดแก้อาการ
นวดแก้อาการต่างๆ นวดแก้อาการหมอ นวดแก้อาการ pantip ร้านนวดแก้อาการ
นวดแก้อาการต่างๆ นวดแก้อาการปวดหลัง นวดแก้อาการไหล่ติด นวดแก้อาการปวดเข่า
นวดแผนไทย วัดโพธิ์ วิธีนวดแผนไทย นวดแผนไทยที่ไหนดี นวดแผนไทยกระทรวงสาธารณสุข
นวดแผนไทย ภาษาอังกฤษ นวดแผนไทย เชียงใหม่ นวดแผนไทย คือ วิธีนวดคลายเส้น 

นวดตัว นวดเท้า นวดน้ำมัน  นวดสปา นวดเพื่อสุขภาพ นวดผ่อนคลาย นวดฝ่าเท้า นวดประคบ นวดอโลม่า